Get Adobe Flash player
ติดต่อสอบถามได้ที่โทร. 089-083-7450, 085-421-9186, 086-131-6228, 085-930-4143, 082-095-6092
               เรามาศึกษาธรรมะวันละคำกันเถอะ
                        จากหนังสือธรรมโฆษณ์-อรรถานุกรม เล่ม๑คำว่า “ กาม ”  มีอรรถลักษณะ ๒๑ข้อ  ดังนี้
 ๑. ”กาม“ โดยพยัญชนะ: หมายถึงโดยตัวหนังสือหรือคำแปลตามตัวหนังสือ…คือ ความใคร่.
 ๒.  ”กาม“  โดยอรรถ: หมายถึงโดยความหมาย…ความรู้สึกที่เป็นความใคร่. ส่วนใหญ่ หมายถึง  ความรู้สึกเกี่ยวกับเพศตรงกันข้ามในระดับของสัญชาตญาณก็ได้, ในระดับที่ เจริญเกินกว่าระดับของสัญชาตญาณก็ได้.  คำๆนี้ใช้หมายถึงตัวความรู้สึกเช่นนั้นก็ได้  เรียกว่ากิเลสกาม,  หมายถึงสิ่งที่เป็นอารมณ์ของความรู้สึกเช่นนั้นก็ได้  เรียกว่า วัตถุกาม  หรือ กามคุณ, หรือหมายถึงอาการหรือการกระทำตามความรู้สึกเช่นนั้นก็ได้  เรียกว่ากามหรือกามวิตก.
 ๓. ”กาม“  โดยไวพจน์: หมายถึงคำที่ใช้เรียกแทนกันได้ทั้งคำบาลีและคำภาษาไทย…คือ นันทิ,ราคะ, ตัณหา,  ฯลฯ  ความกำหนัด, ความยินดี,
 ๔. ”กาม“  โดยองค์ประกอบ: หมายถึงปัจจัยที่ต้องมีมากกว่าหนึ่ง.และปัจจัยนั้นๆต้องทำงานร่วมกันและพร้อมกันในเรื่องเดียวกัน. 
                ๔.๑  เวทนาที่ประกอบอยู่ด้วยอวิชชาอันเป็นเหตุให้ใคร่     
                ๔.๒  อารมณ์ของความใคร่. 
                ๔.๓  กิริยาที่ใคร่                    
 ๕. ”กาม“ โดยลักษณะ:  หมายถึงลักษณะภายนอกที่เป็นเครื่องสังเกตหรือเครื่องกำหนดที่ทำให้รู้ว่าสิ่งนั้นๆเป็นอย่างไร จึงเรียกว่าอย่างนั้น…                                     
               ๕.๑  แห่งความเขลา  (อวิชชา).                                     
               ๕.๒  แห่งความยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน)                                     
               ๕.๓  แห่งความไม่รู้จักอิ่มจักพอ.                                               
                  ๕.๔  เผาลนหรือกัดเจ้าของ                                               
                  ๕.๕  แห่งความดิ้นรนแสวงหา.                                     
              ๕.๖  ให้เกิดการกระทำอย่างอื่นต่อไป.
 ๖. ”กาม“  โดยอาการ: หมายถึงอาการเคลื่อนไหว หรือแสดงความเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของสิ่งนั้นๆ   มีอาการคือ
                  ๖.๑  ดิ้นรนแสวงหา  (ปริเยสนา).                                     
               ๖.๒  เพลิดเพลินยินดี (นันทิ).                                     
               ๖.๓  สยบมัวเมาในสิ่งที่ได้มา (มุจฉา).                                     
               ๖.๔  แห่งการเผาลนหรือกัดเจ้าของ.                                     
               ๖.๕  แห่งการหึงหวงเห็นแก่ตัว.                                     
               ๖.๖  ปรุงกามภพ.
 ๗. ”กาม“  โดยประเภท: หมายถึงการจำแนกให้เข้ากันเป็นพวกๆ ตามลักษณะอาการของสิ่งนั้นๆ.          
                คือแบ่งโดยประเภทสอง: 
                                         ๑. กิเลสกาม: คือกามที่เป็นตัวกิเลส.                                                          
                                         ๒. วัตถุกาม: คือ กามที่เป็นตัววัตถุของกิเลส. (หรือจะแบ่งเป็น     สามประเภทก็ได้  โดยเพิ่มตัวกาม  ซึ่งเป็นตัวกิริยาอาการแห่งการกระทำ)
      ๘. ”กาม“  โดยกฎเกณฑ์: หมายถึงกฎเกณฑ์ของสิ่งนั้นๆ หรือกฎเกณฑ์เพื่อจะเข้าไปถึงสิ่งนั้นๆ ซึ่งอาจมีได้ทั้งโดยบัญญัติและโดยธรรมชาติ
                                     ๘.๑ กฎเกณฑ์ของความเป็นกามหรือความสมบูรณ์ของกาม: ต้องนำหน้าด้วยมิจฉาสังกัปปะหรืออวิชชา  แล้ว ตามด้วยกิเลสกาม  วัตถุกาม 
                              และ กิริยากาม, รวมทั้งผล  สะท้อนที่เกิดตามมา  เช่นกามภพ  หรือวิกฤตการณ์ทั้งหลายที่เนื่องกันอยู่.
                           ๘.๒ กามทุกรูปแบบหรือทุกกรณี มีสายแห่งปฏิจจสมุปบาทของมันเองย่างสมบูรณ์.
  ๙. ”กาม“  โดยสัจจะ: หมายถึงความจริงเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ.     
                  นัยที่หนึ่ง:  เกี่ยวกับมนุษย์เพื่อไม่สูญพันธุ์:   เป็นความลับของธรรมชาติ   ใช้กามเป็นเครื่องล่อหรือจ้างมนุษย์ให้ทำการสืบพันธุ์  
         ซึ่งตามปกติเป็นสิ่งเจ็บปวด   ยุ่งยาก   ลำบาก  ไม่อยากกระทำ,  แต่ก็ทนอำนาจของกามไม่ได้  จึงกระทำการสืบพันธุ์.    
                   นัยที่สอง: เกี่ยวกับการพัฒนาหรือวิวัฒนาการมีกามเป็นเครื่องชักนำให้ก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด.         
                   นัยทีสาม:  เกี่ยวกับสังคม: คือ มีการต่อสู้แข่งขันแย่งชิงเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่ากาม; จนกระทั่งเกิดอาชญากรรมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.         
                    นัยที่สี่:  เกี่ยวกับการขัดแย้งในโลกมีการทะเลาะวิวาทเกี่ยวกับกาม;  แม้ที่สุดในระหว่างพี่กับน้อง   หรือบิดากับบุตร.         
                   นัยที่ห้า:  เกี่ยวกับชั้นหรือภูมิแห่งจิตใจมนุษย์คือกามธาตุ   เป็นความหมายสำคัญของสัตว์  ที่ตั้งอยู่ในกามาวจรภูมิ; 
         ถ้าก้าวล่วงกามธาตุเสียได้  ก็ย่อมเปลี่ยนเป็น      ภูมิที่สูงขึ้นไป.         
                   นัยที่หกเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม:  คือกามธาตุ   เป็นสิ่งที่ต้องละในชั้นต้นแห่งการก้าวไปสู่โลกุตตรภูมิ.
  ๑๐. ”กาม“   โดยหน้าที่: หมายถึงการที่สิ่งมีชีวิตจะต้องกระทำเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ…                  
                   ๑๐.๑  หน้าที่ (โดยสมมติ) ของสิ่งที่เรียกว่ากาม:   คือ  การปรุงแต่งให้เกิดกามภพ  และหมู่สัตว์ทั้งหลายผู้ตกอยู่ในวิสัยแห่งกาม.                  
                    ๑๐.๒  หน้าที่ของมนุษย์ต่อสิ่งที่เรียกว่ากาม:  คือ ทำการศึกษาให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่ากาม; แล้วเปลื้องตนออกมาเสียจากอำนาจของสิ่งที่เรียกว่ากาม; 
     เรียกว่าอยู่เหนือกาม. มิฉะนั้นจะเป็นสัตว์นรกอยู่ในเมืองสวรรค์; ดังที่กำลังมี  กำลังเป็นอยู่ในบัดนี้ แม้ในโลกนี้.                  
                     ๑๐.๓  หน้าที่ของผู้สืบพระศาสนาต่อสิ่งที่เรียกว่ากาม:  คือ  การสั่งสอน  การทำตัวอย่างให้ดู 
         และการช่วยเหลือให้สัตว์ทั้งหลายได้ออกมาเสียจากอำนาจของกาม;  มิใช่เป็นผู้จมกามเสียเอง
  ๑๑. ”กาม“  โดยอุปมา: หมายถึงการเปรียบเทียบกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มนุษย์เข้าใจดีอยู่แล้วเพื่อให้เข้าในสิ่งนั้นๆ ดียิ่งขึ้นจนถึงที่สุด…      เปรียบเหมือน:
                       ๑๑.๑  หัวงูพิษ   ที่คนมักจับเอาโดยไม่รู้จัก.                            
                       ๑๑.๒  บ่วงคล้องสัตว์  ดิ้นให้หลุดไม่ได้.                            
                        ๑๑.๓  คบเพลิงหญ้า  ถือทวนลมไหม้มือผู้ถือ.                            
                        ๑๑.๔  หลุมถ่านเพลิง  ตกลงไปแล้วยากที่จะรอด.                            
                        ๑๑.๕  เบ็ดที่หุ้มเหยื่อ  สำหรับเกี่ยวปลาโง่.                            
                        ๑๑.๖  ลูกศรอาบยาพิษ  มีความเจ็บปวดสูงสุดในระยะหลัง.                            
                        ๑๑.๗  ท่องกระดูกมีเนื้อติดแต่เล็กน้อย ให้ความสุขน้อย ให้ทุกมากในการกิน                            
                         ๑๑.๘  เขียงรองสับเนื้อ  เป็นที่รองรับการสับโขกรอบด้าน.                            
                         ๑๑.๙  ชิ้นเนื้อในปากสัตว์ที่จะถูกสัตว์อื่นตามยื้อแย่ง                            
                         ๑๑.๑๐ หอกและหลาว  ซึ่งมีไว้เพียงเพื่อการแทงตัวเอง.                            
                         ๑๑.๑๑ วัตถุในฝัน  ซึ่งพอตื่นขึ้นมาก็หายสาบสูญไป.                            
                          ๑๑.๑๒ ของที่ยืมเขามา  ซึ่งไม่อาจถือเอาเป็นกรรมสิทธิ์ได้  ต้องคืนเจ้าของ.                            
                          ๑๑.๑๓ ดอกไม้ของมาร  สำหรับล่อสัตว์.
๑๒. ”กาม“   โดยสมุทัย: หมายถึงสิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งนั้นๆ…                            
                          ๑๒.๑ อวิชชา ในกาม ความไม่รู้โดยประการทั้งปวง.                            
                           ๑๒.๒  ความหลงใหลในอัสสาทะของกาม.                            
                           ๑๒.๓  ความสุกงอมของต่อมแกลนด์สำหรับความรู้สึกทางเพศ ตามสัญชาตญาณของสามัญสัตว์. (คำกล่าวนี้เป็นกรรมวิธีหรือกล
          ไกของธรรมชาติ มิใช่ข้อความในพระคัมภีร์ แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรรู้ในการปฏิบัติธรรม;  จึงนำมากล่าว).                            
                            ๑๒.๔  การถูกแวดล้อมด้วยอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความรู้สึกทางกามซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังมีอยู่ในปัจจุบัน.
  ๑๓. ”กาม“  โดยอัตถังคมะ: หมายถึงความดับของสิ่งนั้นนั้นๆ:  คือความตั้งอยู่ไม่ได้ชั่วคราว หรือตลอดไปของสิ่งนั้นๆ…                  
                            ๑๓.๑  ความดับไปตามคราวเพราะเสร็จกิจ  หรือขาดเหตุปัจจัยตามธรรมดาของสังขารธรรมหรือสังขตธรรมทั้งหลาย.                  
                             ๑๓.๒  พลังสติ พลังวิชชา มาทันเวลาก่อนแต่จะเกิด หรือกำลังเกิดอยู่ก็ตาม.                  
                             ๑๓.๓  ความดับแห่งกามมี  เพราะความแห่งเวทนา.
  ๑๔.”กาม“  โดยอัสสาทะ: หมายถึงเสน่ห์หรือรสอร่อยที่ยั่วยวนของสิ่งนั้นๆ ซึ่งมีต่อมนุษย์.                       
                                    ๑๔.๑  รสอร่อยและความเมาในรสอร่อย  ที่ได้มาจากการบริโภคกาม.                  
                             ๑๔.๒  กามมุจฉา  ความเมาในความประสงค์ของกิเลสกาม.
 ๑๕.”กาม“  โดยอาทีนวะ: หมายถึงโทษหรือความเลวร้ายของสิ่งนั้นๆ ซึ่งซ่อนอยู่อย่างเห็นได้ยาก.                       
                                     ๑๕.๑  ทำความเจ็บปวดเป็นทุกข์แก่ผู้ยึดครอง; ทั้งก่อนได้  ได้อยู่และจากไป;  ในลักษณะที่เรียกว่า  มีสุขน้อย  มีทุกข์มาก;  ไม่คุ้มค่า.                  
                              ๑๕.๒  เป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมศีลธรรม; แม้กระทั่งอาชญากรรมทุกชนิด เช่น อาชญากรรมวิปริต เช่น ลูกฆ่าพ่อ ฯลฯ                   
                              ๑๕.๓  กามและปัจจัยแห่งกามทุกชนิด   เป็นมูลเหตุแห่งความเห็นแก่ตัวทุกระดับ; เป็นเหตุให้เกิดบุคคลมีลักษณะ
           ไม่พึงปรารถนาทุกรูปแบบขึ้นมาในโลก.
    ๑๖.”กาม“  โดยนิสสรณะ: หมายถึงอุบายหรือวิธีที่จะออกหรือพ้นจากอำนาจของสิ่งนั้นๆ.                       
                                     ๑๖.๑  อริยอัฏฐังคิกมรรค  ซึ่งมีสัมมาทิฏฐิเป็นตัวนำ.                  
                                    ๑๖.๒  มีอุบายเป็นเครื่องพิจารณาเหตุโทษแห่งกามอยู่เป็นประจำ.
   ๑๗.”กาม“  โดยทางปฏิบัติ: หมายถึงทางปฏิบัติต่อสิ่งนั้นๆเพื่อให้เกิดผลดีตามที่ประสงค์.              เพื่อออกจากกาม.                    
                                    ๑๗.๑  อริยมรรคมีองค์แปด: หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ศีล สมาธิ ปัญญา.                    
                                    ๑๗.๒. การมีปัญญาหรือวิปัสสนาญาณ:  ที่ทำให้มองเห็นว่า   กามทั้งหลายทุกชนิดเป็นสักว่าธาตุตามธรรมชาติ  เรียกว่ากามธาตุ; 
                แล้วหยุดความยินดีมัวเมาในกามเสียได้.
   ๑๘.”กาม“  โดยอานิสงส์: หมายถึงประโยชน์ที่จะพึงได้รับจากการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อสิ่งนั้นๆ.                       
                                        ๑๘.๑  อานิสงส์ของกามโดยสมมติหรือโดยอ้อมเป็นบทเรียน,  เป็นที่ตั้งแห่งการศึกษา,  เพื่อให้รู้จักสิ่งที่มนุษย์ควรจะรู้จัก;
                     เพื่อความหมดปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่ากาม.                  
                                ๑๘.๒  อานิสงส์โดยตรงของการอยู่หรืออำนาจของกาม:  คือ ความสงบสุข  เพราะหมดไฟกิเลสประเภทนี้.                  
                                ๑๘.๓  ในความหมายทางโลกๆความรู้สึกทางกามเป็นปัจจัยแห่งการพัฒนาไปตามประสาโลกๆ
              แม้ไม่เป็นไปเพื่อการดับทุกข์ในขั้นสุดท้าย   ก็ยังเป็นที่นิยมกันอยู่.
      ๑๙.”กาม“  โดยหนทางถลำ: หมายถึงการมีโอกาสหรือความบังเอิญที่ทำให้เกิดความง่ายแก่การปฏิบัติหรือการทำหน้าทีให้สำเร็จได้โดยง่ายยิ่งขึ้น;
             แต่ในบางกรณีความบังเอิญนี้มีได้แม้ในฝ่ายลบหรือไม่พึงประสงค์.    เข้าไปอยู่ใต้อิทธิพลของกาม                  
                                                 ๑๙.๑  การเป็นอยู่อย่างไม่สำรวมอินทรีย์.                  
                                ๑๙.๒  การทนไม่ได้ต่อความยั่วยุของกามารมณ์ในทุกรูปแบบ.                  
                                ๑๙.๓  นิสัยแห่งการตามใจตัวเอง,  ไม่ยับยั้งสังวรในความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดขึ้น  ซึ่งจะทำให้ต้องเสียใจในภายหลัง.
    ๒๐.”กาม“  โดยสิ่งที่ต้องเกี่ยวข้อง: หมายถึงปัจจัยหรืออุปกรณ์พิเศษอื่นๆที่จะช่วยให้การกระทำเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ เกิดความสำเร็จได้โดยง่ายและโดยเร็วจนถึงที่สุด.   
                 ในการที่จะเอาชนะกามหรือการมีอำนาจเหนือกาม
                                             ๒๐.๑  ความสติ  ปัญญา  สัมปชัญญะ  สมาธิ  อย่างเพียงพอ และรวดเร็ว.                
                              ๒๐.๒  อยู่ในท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่สนับสนุนความรู้สึกทางกาม.
       ๒๑.”กาม“  โดยภาษาคน-ภาษาธรรม: หมายถึงการพูดจาที่จะกล่าวถึงสิ่งๆนั้นมีทางพูดได้เป็นสอง ภาษา คือ     
                                      ภาษาคน  และ ภาษาธรรม.   โดยภาษาคน:หมายภาษาคนธรรมดาที่ใช้พูด ซึ่งมักระบุไปยังบุคคลหรือวัตถุภายนอก ที่เรียกว่าบุคคลาธิษฐาน…
                 โดยภาษาธรรม:หมายถึงภาษาที่ผู้รู้ธรรมพูด ซึ่งมักระบุไปยังคุณค่าหรือคุณสมบัติโดยไม่เล็งถึงบุคคลหรือวัตถุ ที่เรียกกันว่า ธรรมาธิษฐาน.
                               ภาษาคน:   หมายถึงแต่เรื่องทางเพศ          
                               ภาษาธรรมไม่เกี่ยวกับเพศก็ได้;   หมายถึงสิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งความปรารถนาทุกชนิด เช่นธัมมกาโม (ผู้ใคร่ในธรรม).                  
                               ภาษาคน:   เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา.                  
                               ภาษาธรรมเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง. 
                                                                                                                         ธรรมะวันละคำจากหนังสือธรรมโฆษณ์ ศุกร์หน้าพบกับคำว่า กิเลส เป็นคำต่อไป ครับ

Leave a Reply

สร้างองค์พระเจดีย์
พระครูจันทสิริธร (หลวงพ่อสารันต์ จันทูปโม ขอเชิญญาติโยมร่วมบริจาคทรัพย์ตามกำลังศรัทธาสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อเป็นพุทธบูชา พระครูจันทสิริธร (หลวงพ่อสารันต์ จันทูปโม ขอเชิญญาติโยมร่วมพลังกันสร้างองค์พระเจดีย์ให้แล้วเสร็จกันเถอะเพราะนานปีแล้ว
วัน-เดือน-ปี
ตุลาคม 2018
อา พฤ
« ส.ค.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031